สวัสดีค่ะ ฉันชื่อชิงุเระ
เป็นเรือพิฆาตลำดับที่สองแห่ง
เรือพิฆาตชิราสึยุคลาสเพื่อคุ้มครองเว็บบล็อก pipekun แห่งนี้
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ

กลับไปอ่านตอนที่ 2 ก่อนครับ http://pipekun.exteen.com/20130621/how-to-fl-studio-11-episode-2-fl-studio-11 
 
บทความนี้เราจะมาสอนการใช้ Step sequencer กับ Playlist กันนี้ครับ
ถ้าใครเคยทำอนิเมชั่นหรือใช้ Photoshop งานนี้สบายเลย
 
อย่างแรกเลยเราเปิดโปรแกรม FL Studio 11 ก่อน หน้าตาประมาณนี้
 
 
คราวนี้เราจะมาเจาะส่วนประกอบของ Step sequencer กันนะครับ อุปกรณ์เยอะจริงๆ
 
 
1.ที่เพิ่มจังหวะเพลง (ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 4)
 
2.Play กดเล่นเพลง
 
3.ชื่อ PAT
 
4.น้ำหนักเสียง
 
5.Key เสียง
 
6.ปุ่มปิด/เปิดเครื่องดนตรี
 
7.Volume ปรับเสียงออกด้านซ้าย-ขวา
 
8.Volume ปรับความดังของเสียง
 
9.ชื่อเครื่องดนตรี
 
10.ช่องจังหวะโน๊ต (คลิกซ้ายที่ช่องเป็นการเพิ่มจังหวะ/คลิกขวาที่ช่อง เป็นการลบจังหวะ)
 
ตัวอย่างการแต่งจังหวะกลอง
เราเริ่มมาสร้างจังหวะักลองกันนะครับ เราจะเริ่มกันที่ส่วนที่ 1 ก่อน โดยผมจะปรับที่ 4 
เสร็จแล้วผมจะมาส่วนที่ 10 ดนตรีชื่อ Kick ผมคลิกซ้ายตรงช่องที่โปรแกรมเตรียมมาให้ คลิก 1 ครั้ง เหมือนเป็นการตี Kick 1 ครั้ง ช่องที่คลิกนั้นจะเป็นสีขาว
 
 
 
เพิ่มอีก 3 ช่อง กลายเป็น 4 จังหวะ
 
 
ดนตรีชื่อ Clap ผมไม่ต้องการมีอะไรมากแค่จังหวะแค่ 1 ครั้ง เอาใกล้ๆ จบแล้วกัน
 
 
ดนตรีชื่อ Hat นี่ผมคลิกซ้ายช่องแรก แล้วลากเมาส์ไปทางขวาสุดของกล่อง Step sequencer จะได้แบบนี้
 
 
 
เสร็จแล้ว เสียงจะเป็นแบบนี้
 
 
สังเกตว่าเสียง Hat ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นผมต้องการปรับน้ำหนัก (อันที่ 4 ) ว่าแต่ จะเปิดยังไงให้ถูกเครื่องดนตรี ท่านเห็นแถบที่อยู่ระหว่างปุ่มเครื่องดนตรีกับปุ่มจังหวะโน๊ตไหมครับ ตรงนี้ จิ๊มตรงที่เราจะแก้ (ไม่รู้ว่ามันเรียกอะไรเหมือนกัน 555+)
 
 
จากนั้นก็กดส่วนอันที่ 4 ที่ผมพูดถึงไปแล้ว หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ
 
 
จากนั้น ปรับตามใจชอบเลยครับ (สำหรับคนหัดเล่น มั่วเลยครับ)
 
 
และไม่ใช่แค่ระดับเสียงเท่านั้น ปรับระดับเสียงแบบอื่นได้ โดยด้านล่างที่ปรับนั้นจะเขียนว่า Velocity (เราปรับเสียง Velocity อยู่) เราสามารถปรับตัวอื่นได้โดยคลิกที่ Velocity แล้วลากไปทางซ้่ายหรือขวา หรือคลิกรูปสามเหลี่ยมตรงสกอบาร์ก็ได้
 
 
ทีนี้ผมต้องการเสียงเจ้า Hat ขึ้นนิ้ดหน่อย(อุปกรณ์อันที่ 8) และเสียง Hat ไปอยู่ทางซ้าย เอาเล็กน้อยแล้วกัน(อุปกรณ์อันที่ 7)
 
 
เมื่อทำเสร็จแล้ว เสียงจะเป็นแบบนี้
 
 
แต่งเสร็จแล้ว เราก็จะได้ 1 PAT เอาไว้ใช้แต่งเพลง ต่อมาเราจะตั้งชื่อ PAT กันครับ เพื่อกันไม่ให้สับสน
การตั้งชื่อสามารถทำได้โดยการคลิกที่ชื่อแถบด้านบน แล้วเลือก Rename / color หรือไม่ก็กด F2 เราสามารถตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ (ถ้าท่านเป็นคนกลัวงานหาย ให้ตั้งเป็นภาษาอังกฤษซะ) ถ้าอยากเพิ่มสีก็กดสี่เหลี่ยมใกล้ๆ กับชื่อ เมื่อทำเสร็จแล้ว ก็กดปุ่ม Enter เลย เป็นอันเสร็จ
 
 
 
 
ต่อไป เราจะมาเรียนรู้เรื่อง Playlist กันครับ เพื่อที่จะเป็นพื้นที่วาง PAT ที่เราแต่งไว้
 
ส่วนประกอบมีดังต่อไปนี้ (เยอะสัสๆ)
 
 
1.Playlist options
ปรับค่าต่างๆ ในของส่วน Playlist ก็ต้องตรงนี้เลย
 
2.Snap to grid
ปรับเกี่ยวกับอัตราส่วนของ Playlist ทำให้สะดวกต่อการจัดเรียง (ลองมั่วดูครับ จะได้เข้าใจ)
 
 
3.Draw
ดินสอเอาไว้สร้าง PAT ครับ คลิกได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น
 
4.Paint
ไว้สำหรับระบาย PAT ทางยาวครับ จะได้ไม่ต้องใช้ตัว Draw ให้เหนื่อย ความพิเศษอย่างหนึ่งคือ รวดเร็วมากๆ 
 
 
5.Delete
พูดง่ายๆ คือ มันก็คือยางลบ PAT ครับ จะคลิกซ้ายหรือขวาก็ได้ครับ
 
6.Mute
ปิดตัว PAT ไม่ให้มีเสียงครับ
 
7.Slip
ถ้า PAT ตัวหนึ่งยาวมากๆ ก็ใช้ Slip เลื่อนหาจังหวะที่ท่านต้องการโดยเฉพาะครับ
 
8.Slice
ไม่ต้องครับ ตัดครับ แต่ตัดได้เฉพาะแนวตั้งได้เท่านั้น แต่ถ้าคลิกขวา ตัดแล้วมันจะลบด้วยนะเออ
 
 
9.Select
เอาไว้ครอบ PAT ครับ เหมือนครอบตัวหนังสือแล้วก็ก๊อปลง Microsoft Word คำสั้งลัดคือปุ่ม Ctrl 
 
10.Zoom
แว่นตาขยายครับ ใช้ระมัดระวังด้วยนะครับ อยากรู้คำสั่งเพิ่มเติมโดยการคลิกขวาที่ไอค่อนแว่นตาเลย
 
 
11.Playback
ถ้าท่านสับสนว่า PAT อันไหนเป็นเสียงอะไร ก็กดไอค่อน Playback แล้วคลิกซ้ายค้างที่ PAT ที่ท่านต้องการว่าตัวนี้มันเสียงอะไร เป็นยังไง
 
12.Play / pause song
พูดง่ายๆ ก็คือปุ่มลัดไว้สำหรับเล่นเพลง คลิกซ้าย 1 ครั้งเป็นการเล่นเพลงทั้ง Playlist  คลิกอีก 1 ครั้งเป็นการหยุด
 
13.Current clip source
ถ้าท่านอยากหา PAT มาลง Playlist ก็ต้องตรงนี้เลยครับ
 
14.Scrollbar
ความพิเศษก็คือ สามารถซูมได้ครับ ยืดได้หดได้นะเออ
 
15.Change clip size
นี้ตัวซูมครับ แต่ไม่ได้ซูมด้านข้างนะเออ
 
16.Focus
เป็นโหมดการแสดง PAT เฉยๆ ครับ ไม่เกี่ยวกับเสียง ไม่ได้มีอะไรมาก
 
17.Track
เป็นหัวใจสำคัญของ Playlist เลย ถ้าไม่มีพวก Track พวก PAT ก็อยู่ไม่ได้ครับ ความพิเศษของ Track คือ เปลี่ยนชื่อได้ ใส่ไอค่อนได้ ปรับสีได้ พิเศษกว่านั้นคือสามารถยืด Track ได้ครับ โดยเอาเมาส์ไปที่เส้นกั้นของ Track แล้วเลื่อนบนหรือล่างตามใจชอบครับ
 
 
 
18.Mute / Solo
หากท่านต้องการปิดเสียง Track บาง Track ก็กดตัวนี้ครับ
 
 
ก่อนที่เราจะเล่น Playlist นั้นเราจำเป็นต้องมี PAT หลายๆ อันนะครับ และแน่นอนว่า PAT แต่ละอันจังหวะดนตรีัไม่ซ้ำกันแน่นอน
 
วิธีเพิ่ม PAT คือกดตัวบวกข้างๆ ชื่อ PAT แล้วพิมพ์ชื่อ PAT อันใหม่ของเรา (ถ้าท่านอยากเปลี่ยนสีก็กดช่องสี่เหลี่ยมข้างๆ ช่องพิมพ์ชื่อ) จากนั้นกด Enter เป็นอันเสร็จ
 
 
ในระหว่างการสร้างจังหวะเพลงนั้นหากท่านอยากทดลองฟังเสียงให้มาตรงนี้นะครับ ตรงนี้เป็นตัวแยกเล่นระหว่าง PAT(สีแดง) กับ Playlist(สีเขียว) แล้วตอนเซฟเพลงก็อย่าลืมตรงนี้เช่นกันเน้อ
 
 
ตอนนี้ที่ผมยกตัวอย่างจังหวะกลองนี้ผมทำ 5 PAT
 
 
จากนั้นผมก็นำ PAT พวกนี้ลง Playlist โดยคลิกที่ Current clip source ตรงใกล้ๆ ไอค่อนอุปกรณ์ทั้งหลายข้างบน Playlist แล้วก็คลิกไอค่อน Paint แล้วลงใน Playlist เลย
 
ปล.หากในโปรแกรมไม่มีหน้าต่าง Playlist ปรากฏให้เห็นให้คลิก F5 รั่วๆ จนกว่าจะขึ้น
 
 
แต่งเสร็จแล้ว เพลงก็ออกเป็นแบบนี้ครับ
 
 
 
จากนั้นก่อนแต่งกลองเสร็จแล้วตรวจดูให้แน่ใจว่าด้านขวา Playlist นั้นไม่มี PAT อะไรจริงๆ (ถ้ามีก็รีบลบออกซะ)
และดูซิว่าตรง Transport ว่าเป็น Song (สีเขียว) ตรงใกล้ๆ ตัวเล่นเพลงกับนาฬิกา
 
จากนั้นพอแต่งเสร็จไปที่ File > Export > เลือกไฟล์เพลงที่ชอบ (ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ MP3)
 
 
จากนั้นตั้งชื่อไฟล์เพลงแล้ว Save ครับ เป็นอันเสร็จ........ ซะเมื่อไหร่ล่ะ
 
 
อีกอึดใจเดียวครับ โปรดเช็คดูว่าตรง Info เป็น Song(สีเขียว)รึเปล่า ตรง Output format(s) เป็น MP3 รึเปล่า
ถ้าท่านเลือก MP3 ดูตรง MP3/OGG ให้ปรับตรงแถมสกอร์บาร์ฺว่าเป็น 320Kbps รึเปล่า
 
 
 เสร็จแล้วกด Start เลย แล้วรอครัีบ เป็นอันเสร็จ
 
 
 
ที่ขาดไม่ได้คือวิธี Save งานเพลง
ไปที่ File > Save (ปุ่มลัด Ctrl + S) เหมือนเเซฟงานธรรมดา แต่ไฟล์เซฟนี่จะไม่ใช่นามสกุลไฟล์ .html หรือ .docx หรือ .txt หรือ .MP3 นะครับ เป็นนามสกุล .flp เป็นไฟล์เซฟงานเพลงของโปรแกรม FL Studio นะครับ สามารถแก้ไขได้ (แต่ MP3 แก้ไม่ได้นะเออ)
 
 
 
นี่แค่บทแรกเท่านั้นนะครับ นอกนั้นอาศัยการฝึกฝนของท่านเอง ตอนต่อไปเราจะได้สนุกกับเพลงอิเล็กทรอนิกส์แบบของจริง ไม่ว่าจะเป็น กีตาร์ เบส กลอง(ชุด) เปียโน ไวโอลีน เสียงอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายนะครับ
 
ติดตาม Episode 4 ได้เลยครับ (ต้องจัดการการบ้่านกับรายงานเลยช้ัาอยู่นี่แหละ)
 
ปล.บทความนี้ใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงในการเขียนทั้งหมด (นอนตายแป๊ป)
 

Comment

Comment:

Tweet

รอ อีพี 4 ยุค่าา ขอบคุณมากๆคะ
บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

#11 By เจี๊ยบ (183.89.84.238|183.89.84.238) on 2015-05-27 04:42

#10 By arnon (49.230.127.19|49.230.127.19) on 2014-10-24 04:06

มีอีกแน่นอนครับ แต่ติดเรียนนี่สิ 

#9 By pipekun on 2013-09-29 22:23

ถ้ามีอีกผมจะติดตามนะคับขอบคุณที่ทำสิ่งดีๆๆ

#8 By lek (27.145.175.204) on 2013-09-12 21:01

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
จะลองนำไปใช้ดูนะครับ ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆครับ cry

#7 By iiiPik on 2013-08-08 17:45

good

#6 By la (58.137.45.50) on 2013-07-29 09:15

กำลังหาอยู่เลย  Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By akadmin on 2013-07-22 18:38

=v= ชอบครับ
ได้ความรู้ใหม่big smile
ขอบคุณมากๆครับ >w< กำลังหัดใช้อยู่พอดีเลย หาฮาวทูมานานมากแล้วฮะ
big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By ►Amily Zoil◄ on 2013-07-16 20:43

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
  ไม่เคยเห็นโปรแกรมแต่งเพลงมาก่อนเลย ต้องจำไปใช้บ้างแล้ว

#2 By Arch_Evilia on 2013-07-16 08:36

ผมก็ทำเพลงโดยใช้โปแกรมนี้เหมือนกันนะฮะ
ลองเข้าไปแวะฟังที่ Blog  ของผมก็ได้

#1 By lamoness on 2013-06-22 23:35